การวางถังเก็บน้ำและปั๊มน้ำ (สำหรับบ้านเดี่ยว 1-2 ชั้น)
วิธีการวางถังและปั๊มสำหรับบ้านเดี่ยวนั้น สามารถทำได้หลายวิธี… แต่วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับการวาง 2 แบบ ที่ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ แต่…..ผลลัพธ์ที่ได้นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงและถ้าเทียบกันแล้ว นี่คือวิธีที่ แนะนำที่สุด และ ไม่แนะนำที่สุด เลยหล่ะ
แบบที่ 1 ( ประปา — ปั๊ม — บ้าน )

การวางแบบแรก เป็นวิธีที่ไม่ค่อยแนะนำเท่าไร เพราะ นอกจากจะผิดกฏหมายแล้ว การที่ปั๊มสูบน้ำจากประปาที่จ่ายมาไม่สม่ำเสมอโดยตรงนั้น เราจะต้องจ่ายค่าน้ำตามมิเตอร์ที่หมุน เกินกว่าปริมาณน้ำที่ใช้จริง นอกจากจะสิ้นเปลืองค่าน้ำแล้ว ปั๊มก็จะทำงานหนัก ใช้แรงดูดมากแต่ได้น้ำน้อย และส่งผลให้มีอากาศเข้าปั๊ม ทำให้เราต้องเซอร์วิสเพื่อไล่อากาศปั๊มเสมอ เมื่อปั๊มทำงานหนักในการดูดน้ำขาเข้าเพื่อทำการจ่ายน้ำตามการเปิดใช้งานปั๊มก็จะชำรุดไว นอกจากนี้ การไม่สำรองน้ำเพื่อพักตะกอนก่อนจ่ายน้ำโดยตรง จะทำให้อุปกรณ์ประปาในบ้าน เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องกรองน้ำ หัวก็อก หัวฝักบัว เกิดการอุดตัน และยิ่งกว่านั้นกรณีน้ำประปาไม่ไหล เราก็จะไม่มีน้ำใช้เลยนั่นเอง
แบบที่ 2 ( ประปา — ถัง — ปั๊ม — บ้าน )

การวางแบบที่ 2 เป็นวิธีที่แนะนำที่สุด การวางจะคล้ายกับแบบแรก แต่จะมีถังเก็บน้ำเพิ่มเติมขึ้นมา ( หรือจะเป็นถังเก็บน้ำใต้ดินก็ได้ แต่จะดูแลรักษาความสะอาดยากกว่า) ซึ่งจะทำหน้าที่เก็บน้ำจากประปา และจ่ายให้ปั๊ม ซึ่งจะช่วยให้ปั๊มทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และทำงานไม่หนักอีกด้วย เพราะการรับน้ำจากถังนั้น จะมีแรงดันคงที่ ทำให้มีน้ำเข้าปั๊มสม่ำเสมอ ไม่เหมือนกับรับน้ำจากประปาโดยตรงนั่นเอง
สามารถดูวิธีการติดตั้งถังแบบระบบ by pass ได้ที่ : https://wave.co.th/2021/06/13/how-to-install-bypass-systems/
______________________________________________________________________________________
การวางถังเก็บน้ำและปั๊มน้ำ (สำหรับอาคารพาณิชย์ ,ตึกคูหา 3-5 ชั้น)
วิธีการวางถังและปั๊มสำหรับบ้านอาคารพาณิชย์ หรือตึกคูหานั้น มีวิธีที่ใช้วางอยู่ด้วยกันมากมายหลายวิธี เพราะการที่มีที่พักหลายชั้นนั้น จะมีขั้นตอนและรูปแบบในการวางค่อนข้างยากกว่าบ้านเดี่ยว แต่ก็จะแลกมากับคุณภาพน้ำที่สม่ำเสมอในแต่ละชั้นซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเลย… และนี่คือ 4 วิธี การวางถังเก็บน้ำและปั๊มน้ำที่เรานำมาแนะนำกัน ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ลองมาดูและพิจารณาไปพร้อมกันได้เลย
แบบที่ 1 (ประปา — ถัง — ปั๊ม — อาคาร)

การวางแบบแรก ถึงจะมีถังด้านล่างไว้สำรองน้ำจากประปาเพื่อส่งเข้าปั๊ม… แต่เนื่องจากตัวอาคารมีหลายชั้น ทำให้ปั๊มทำงานหนักอยู่ดี เป็นสาเหตุให้ปั๊มเกิดการชำรุดและกินไฟ แถมน้ำไหลแรงไม่ต่อเนื่องในทุกชั้นด้วย เพราะแรงดันไม่เพียงพอนั่นเอง
สามารถดูวิธีการติดตั้งถังแบบระบบ by pass ได้ที่ : https://wave.co.th/2021/06/13/how-to-install-bypass-systems/
แบบที่ 2 (ประปา — ถัง — ปั๊ม — อาคาร)

การวางแบบที่ 2 เป็นวิธีที่ไม่ค่อยแนะนำสักเท่าไหร่ โดยจะมีถังไว้สำรองน้ำข้างบนอาคาร และมีปั๊มจากด้านล่างส่งน้ำขึ้นไป… ซึ่งเป็นที่วิธีที่ไม่แนะนำที่สุด!! เพราะถึงจะมีถังสำรองน้ำ แต่ก็เป็นการรับน้ำจากปั๊ม ไม่ใช่การจ่ายน้ำให้ปั๊ม ทำให้ปั๊มรับน้ำจากประปาโดยตรง ซึ่งส่งผลเสียมากมาย… และการที่วางถังไว้ด้านบนนั้น ถึงจะทำให้น้ำชั้นล่างไหลแรง แต่ด้านบนก็จะไหลเบาด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นไปตามกฎของแรงโน้มถ่วง
แบบที่ 3 (ประปา — ถัง — ปั๊ม — ถัง — อาคาร)

การวางแบบที่ 3 มีการใช้ถังถึง 2 ใบ ทั้งด้านบน และด้านล่างของอาคาร เป็นวิธีการวางถังและปั๊มที่โอเคเลย เพราะทำให้การจ่ายน้ำจากปั๊มขึ้นไปเก็บในถังด้านบนนั้น สม่ำเสมอ และปั๊มทำงานไม่หนักด้วย แต่น้ำที่ส่งออกจากถังไปยังชั้นต่างๆ ก็ยังแรงไม่ต่อเนื่องเหมือนกันทุกชั้นอยู่ดี
สามารถดูวิธีการติดตั้งถังแบบระบบ by pass ได้ที่ : https://wave.co.th/2021/06/13/how-to-install-bypass-systems/
แบบที่ 4 (ประปา — ถัง — ปั๊ม — ถัง — ปั๊ม — อาคาร)

การวางแบบที่ 4 เป็นวิธีที่ แนะนำที่สุด!! ซึ่งการวางนั้นจะเหมือนกับแบบที่สาม แต่จะมีปั๊มเพิ่มมาอีก 1 ตัวด้านบน ซึ่งจะมาแก้ไขปัญหาน้ำไหลเบาในบางชั้น และการที่มีปั๊มสองตัวนั้นส่งผลให้น้ำไหลสม่ำเสมอ และปั๊มทำงานไม่หนัก ถนอมปั๊มแบบสุดๆ ถึงจะมีค่าไฟเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่แลกกับประสิทธิภาพของน้ำที่ดีขึ้น ถือว่าเยี่ยมเลย!!
สามารถดูวิธีการติดตั้งถังแบบระบบ by pass ได้ที่ : https://wave.co.th/2021/06/13/how-to-install-bypass-systems/
แล้วทั้งหมดนี้คือวิธีการวางถังเก็บน้ำและปั๊มน้ำที่เราคัดสรรมาให้ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่มีถังและปั๊มแล้ว แต่ไม่รู้จะวางยังไงดี หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยคุณตัดสินใจได้นะครับ “เพื่อคุณภาพการไหลของน้ำที่ดี เพื่อความสุขของทุกคนในครัวเรือน”
ตารางสรุป ข้อดี – ข้อเสีย การวางถังเก็บน้ำและปั๊มน้ำในแต่ละจุด



